ไปเที่ยวคีรีวง อย่าลืมหาที่พัก คีรีวง

ฝนฉ่ำฟ้าพลิกเปลี่ยนหมู่บ้านกลางหุบเขาให้รื่นเย็น ไอหมอกอ้อยอิ่งอยู่เหนือขุนเขาราวมหาวิหารห่อคลุมม่านสีน้ำนม เบื้องล่างธารน้ำหลากล้นไม่มีวันเหือดแห้ง ผู้คนก็เช่นกัน ในดวงตาไม่เคยหมดสิ้นความหวังตราบที่พวกเขายังหายใจ และใช้ชีวิตอยู่ที่เชิงเขาอันตระหง่านง้ำเทือกนั้น

ลึกเข้ามาในความเขียวครึ้ม ที่ บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช กลางวงล้อมแห่งเทือกเขาหลวง อันเป็นเสมือนหลังคาของแดนดินถิ่นใต้ หลายคนที่นั้นทำให้เราเชื่อเหลือเกินว่า ภายใต้โยงใยของคำว่าวิถีชีวิตและการดิ้นรนต่อสู้ หากใครสักคนมุ่งมั่นกับมันด้วยหัวใจโลกยังคงมากมายที่ทางแห่งความสุข

บนภูเขาล้วนคือการงานอันเปลี่ยนผ่านไปตามฤดูกาล มากมายไปด้วยคนตัวเล็ก ๆ ที่เดินขึ้นลงทุกวี่วัน ใช่เพียงแสวงหาหลักยืนประกาศตัวตนบนดอยสูง หากแต่เพื่อเพาะบ่มและดูแลพืชพรรณอันเป็นยิ่งกว่าผลิตผล ไร้การเสแสร้ง มากล้นด้วยสิ่งเล็ก ๆ รายรอบชีวิต อันประกอบขึ้นเป็นโลกอีกใบ โลกที่ปรับเปลี่ยนไปบนแผ่นดินและวันเวลาอย่างมากด้วยการทำความเข้าใจ

สายคลองท่าดีเรียงรายด้วยหินใหญ่น้อยราวงานประติมากรรม หลากไหลตัวเองมาจากเขาสูง หลอมรวมทั้งสายคลองท่าชาย คลองใหญ่ ลำงา ปลายปง จากยอดเขารายรอบเทือกเขาหลวง ก่อเกิดเป็นสายน้ำอันสมบูรณ์ชุ่ม ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่มาถึงคีรีวง เป็นต้องยืนมองคลองสายกว้างที่ไหลแทรกผ่านกลางหมู่บ้าน เด็ก ๆ เริงร่าแหวกว่าย เจ้าของพาวัวลงเล่นอาบน้ำ ไล่หลังไปท้ายสายตาคือทิวเทือกอันเขียวเข้มของผืนป่าและขุนเขาอันเป็นบ้านที่แท้จริงของคนคีรีวง

เพิ่มเติม :ที่พัก คีรีวง

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ eSport ในปี 2017

ปฏิเสธไม่ได้ว่า eSport เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังมาแรงที่สุด ณ วินาทีนี้ ทั้งในแง่ของการเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในสังคม และมูลค่าของอุตสาหกรรมกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน แบรนด์สินค้า หรือ ทีมกีฬาปกติที่อยากจะขยายองค์กรเพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

เว็บไซต์ VentureBeat ออกมาชี้ 5 ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ eSport ในปี 2017 ดังนี้

วงการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหยุด

จากรายงานของ Newzoo ผู้ชม eSport ทั่วโลกในปี 2015 อยู่ที่ 226 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 27.7%

ตัวเลขนี้ย่อมดึงดูดให้แบรนด์สินค้าและนักโฆษณากระโดดเข้ามาร่วมวง ทั้งในแง่ของการโฆษณาทั่วไปหรือการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์

และไม่ใช่แค่เพียงยอดผู้ชมเท่านั้น ฝั่งของทีมเกมมิ่งต่างๆ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จำนวนผู้เล่นก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในบทความยกตัวอย่างถึงเกม League of Legends ที่มีผู้เล่น 11.5 ล้านคนในปี 2011 และก้าวกระโดดเป็น 100 ล้านคนในปี 2016

นอกจากนี้ เหล่าแฟนๆ eSport ยังใช้เวลาชมการแข่งขันรวมกันกว่า 20 พันล้านนาทีต่อปี โดยพวกเขาลดเวลาที่ใช้กับกิจกรรมอย่างอื่นลง เกือบ 50% ของคนเหล่านี้ใช้เวลาน้อยลงกับคอนเทนต์ออนไลน์ โทรทัศน์ และ ภาพยนตร์ และอีก 50% ดูการแข่งขันกีฬาจริงๆ น้อยลงอีกด้วย ในบรรดาแฟน eSport ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และเกือบ 20% เป็นผู้หญิงซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

คนยุค Millennial คือกลุ่มเป้าหมาย

80% ของแฟนคลับ eSport จำนวน 115 ล้านคนเป็นคนที่อายุไม่เกิน 25 ปี คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมในการดูโทรทัศน์ที่น้อยลง รับข่าวสารจากอุปกรณ์พกพาเป็นหลัก และเชื่อมต่อกับคนอื่นไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในพื้นที่หรือประเทศของตัวเอง

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับรูปแบบการชมการแข่งขัน eSport โดยตรง เพราะทีม eSport ระดับท็อปกระจายไปอยู่ทั่วโลก ไม่ได้อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เปิดโอกาสให้แฟนๆ สามารถคอยตามเชียร์ทีมที่อยู่คนละซีกโลกกับตัวเองได้โดยง่าย

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่น่าดึงดูดในของ eSport คือแฟนๆ สามารถเข้าถึงผู้เล่นที่ตัวเองชื่นชอบได้โดยง่าย เช่น การแจกลายเซ็น หรือถ่ายรูปร่วมกันในงานอีเวนท์ต่างๆ และการที่ผู้ชมสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนติดต่อกับผู้ชมคนอื่นๆ ทั่วโลกได้ผ่านช่องทางอย่าง Twitter หรือ Twitch

Brand Loyalty สร้างแบรนด์ของทีม ไม่ใช่ผู้เล่น

หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของแวดวง eSport คือ การขาดแคลนสัญญาระยะยาวระหว่างผู้เล่นและทีม ส่งผลให้การสร้าง Brand Loyalty ของทีมเป็นไปได้ยากมาก เมื่อการโยกย้ายตัวผู้เล่นระหว่างทีมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง คนดูเลยสนใจที่จะติดตามเชียร์ที่ตัวผู้เล่นที่ตนชอบ มากกว่าการเชียร์ในฐานะ “ทีม”

อีกช่องทางที่วงการนี้สร้างความผูกพันระหว่างคนดูกับทีมขึ้นมา คือ สร้างลีกการแข่งขันในระดับมือสมัครเล่นและมหาวิทยาลัยแบบเดียวกับกีฬาปกติทั่วไป

ลีกระดับชุมชนเหล่านี้สามารถขายสินค้าต่างๆ เพื่อหารายได้สนับสนุน และสร้างนิสัยในการจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนวงการ esports ได้ในเวลาเดียวกัน

ผู้พัฒนาเกมต้องฟังเสียงผู้เล่น

การร่วมมือกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของอุตสาหกรรม eSport จะช่วยยกระดับของวงการให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น เช่น การที่ ผู้พัฒนาเกม (publisher) รับฟังและปรับปรุงฟีเจอร์ของเกมให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เล่น และ การกระจายอีเวนต์การแข่งขันรายการต่างๆ ออกไปให้กับองค์กรผู้จัดอื่นๆ แทนที่ publisher จะจัดการทั้งหมดด้วยตัวเอง

กฎเกณฑ์ต้องชัดเจน

เมื่อ eSport ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ กฏเกณฑ์ต่างๆ ก็ยิ่งมีความจำเป็น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงให้กับวงการ ทั้งในแง่ของตัวผู้เล่น ที่ควรต้องควบคุมจำนวนชั่วโมงสูงสุดที่สามารถซ้อมได้ในแต่ละวัน เพื่อสุขภาพของตัวผู้เล่น การรับรองเงินเดือนขั้นต่ำ และแนวทางปฏิบัตที่ชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินเดือนและการยกเลิกสัญญา

การปกป้องสิทธิ์ของผู้เล่นจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถอยู่ในอาชีพนี้ได้ยาวนานขึ้น และสร้างคุณค่าให้กับผู้เล่นแต่ละคน ส่งผลให้พวกเขาสามารถเจรจาต่อรองกับทีมในการทำสัญญาระยะยาวได้ ถือว่าเป็นแง่ดีต่อทีม เพราะผู้ชมจะจงรักภักดีกับทีมมากกว่าการตามเชียร์ผู้เล่นเป็นรายคนนั่นเอง

สุดท้าย การควบคุมสำหรับฝั่ง Publisher ที่สำคัญที่สุด คือการห้ามเปลี่ยนแปลงเวอร์ชั่นก่อนเกมก่อนการแข่งขันเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพราะในปัจจุบัน มีบางครั้งที่การอัพเดทแพทช์เกิดขึ้นก่อนการแข่งในวินาทีสุดท้าย ส่งผลต่อตัวเกมโดยรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่ถูกปรับให้เก่งขึ้นหรืออ่อนลง แผนที่ภายในเกม หรือ ระบบต่างๆ กระทบต่อแผนที่เตรียมเอาไว้ของทีมและการที่ผู้เล่นต้องเจอกับสภาพของเกมที่แตกต่างจากเดิม จนอาจจะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ที่มา: VentureBeat, Newzoo

หลักในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน

ทันทีที่บอกกับใคร ๆ ว่า กำลังจะแต่งงาน คำถามที่จะต้องเจอก็คือ เมื่อไหร่ และ จัดงานที่ไหน แต่ไม่ว่าค่าตอบจะเป็นอะไร คำถามนี้คือสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำคัญอันดับต้น ๆ และเป็นสาเหตุว่าทำไมคู่บ่าวสาวจึงต้องให้ความสนใจกันการหาสถานที่จัดงานแต่งงานเป็นอันดับแรก

ในการเลือกหาสถานที่จัดงานแต่งงาน มีหลักในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานให้เหมาะกับงาน นั่นคือจะต้องรู้ว่าจะเชิญแขกมาร่วมงานเลี้ยงทั้งหมดเท่าไหร่ สถานที่บางแห่งอาจจะสวยงาม แต่จำกัดด้วยจำนวนคน เพราะแต่ละโรงแรมมีขนาดห้องจัดเลี้ยงที่แตกต่างกันไป ถ้าเชิญแขกเยอะมากก็ควรจะตัดโรงแรมขนาดเล็กออกไปเลย หรือบางโรงแรมจะมีห้องจัดเลี้ยงหลายห้องให้เลือกให้เหมาะกับจำนวนแขก ดังนั้น การทราบจำนวนแขกโดยประมาณจะทำให้สามารถเลือกสถานที่ได้ง่ายขึ้น

เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ ต้องดูงบประมาณที่กำหนดไว้ เพราะถ้าเกิดชอบสถานที่แพงมาก ก็อาจจะต้องเหลียวดูงบประมาณในกระเป๋าว่าสามารถจ่ายได้ไหม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันได้จัดงานแต่งงาน ณ สถานที่ในดวงใจ เพราะเรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการย้ายเวลาจัดเลี้ยง จากที่คิดว่าจะจัดเลี้ยงมื้อค่ำตอนเย็นให้ลองเลื่อนขึ้นมาเป็นงานน้ำชาตอนบ่ายแทน ซึ่งงบประมาณจะย่อมเยาว์กว่า แต่ถ้าไม่สามารถย้ายเวลาการจัดงานเลี้ยงได้ก็ต้องทำใจและมองหาห้องที่เหมาะกับงบประมาณต่อไป นอกจากนั้นยังมีเรื่องของรายการอาหารที่ต้องใส่ใจด้วย

ควรติดต่อหาตัวเลือกไว้ซักสองสามแห่ง แล้วไปดูสถานที่จริงว่าห้องจัดเลี้ยงเป็นอย่างไร สวยงามต้องใจหรือไม่ เพดานสูงหรือเตี้ยสว่างหรือมืด ห้องน้ำสะดวกสบายหรือไม่ ห้องจัดเลี้ยงตั้งอยู่บริเวณไหน ควรจะสะดวกทั้งกับคู่บ่าวสาวและแขกที่จะมาในงานเพื่อจะได้กำหนดของเขตว่าจะไปหาข้อมูลของโรงแรมใดบ้าง และเลือกรูปแบบการจัดเลี้ยงที่เหมาะสมกับสถานที่ว่าจะเป็นโต๊ะจีน บุฟฟ่ต์ไทย-นานาชาติ หรือค็อกเทล เมื่อไปถึงสถานที่ถามหาผู้ที่รับผิดชอบด้านการจัดเลี้ยงโดยตรง บอกไปตามตรงว่ามีงบเท่าไหร่ และ concept ของงานในใจ รวมทั้งถามถึงเมนูอาหารว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง และสามารถสลับสับเปลี่ยนอาหารในบางเมนูบ้างได้ไหม

รวมทั้งถามถึงรายละเอียดทั่ว ๆ ไป เช่น การจัดตกแต่งบริเวณงาน ดนตรี โปรเจคเตอร์ สำหรับฉาย Presentation ดอกไม้ น้ำแข็ง เค้ก เครื่องดื่ม ห้องสวีทที่จะได้ หรืออภินันทนาการอื่น ๆ ที่ทางโรงแรมหรือสถานที่นั้นจะมอบให้เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือก และอย่าลืมถามถึงการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเหล้าหรือไวน์เข้ามาสำหรับใช้ในงานว่าทางสถานที่อนุญาตให้บ่าวสาวจัดหามาเองได้หรือไม่ และจะมีค่าบริการเพิ่มเติมเท่าไหร่ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานที่อื่น ๆ ที่กำลังจะดูต่อไป

สุดท้าย คือ อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องของสถานที่จอดรถ ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญ ในวันที่ไปชมห้องจัดเลี้ยงจริง ลองสอบถามทางโรงแรม ให้แน่ใจก่อนว่า มีสถานที่จอดรถกว้างขวาง พอเพียงกับจำนวนของแขกที่พอจะทราบคราว ๆ โดยเฉพาะสำหรับคนกรุงเทพแล้ว เรื่องความใกล้ไกลคงไม่สำคัญเท่ากับมีที่จอดรถเพียงพอ หลังจากเลือกและจองสถานที่แล้ว ควรโทรสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อวันจริงจะได้ไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ต้องวิตกกังวลจนไม่รู้จะแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างไรดี

จะเลือกอาหารหมาอาหารแมวยี่ห้อไหนดี

หลายคนที่เลี้ยงหมานั้น ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกอาหารหมายี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับหมาน้อยของตัวเอง วันนี้เราเลยนำข้อมูลการเลือกอาหารหมามาฝากกันด้วยค่ะ

อาหารสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่

Commercial อาหารเกรดนี้เป็นเกรดต่ำสุด ใช้วัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตอาหารมนุษย์มาเป็นส่วนประกอบ

Premium อาหารเกรดนี้ จะดีกว่าเกรด Commercial ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบพวก by product (วัตถุดิบที่เหลือจากการผลิต) เป็นแหล่งของโปรตีน นอกจากนี้ต้องมีการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารและส่วนผสมตามที่อ้างอิง รวมทั้งระบุวันหมดอายุและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อฝ่ายลูกค้าบนฉลาก

Holistic อาหารเกรดนี้ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง เนื่องจากใช้เนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต โดยจะคัดเลือกเฉพาะส่วนเนื้อ ไม่ใช้ส่วนอื่น เช่น กระดูก เครื่องใน เป็นต้น นอกจากนี้บางบริษัทยังมีการเติม DHT, Prebiotic, Probiotic เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า สำหรับการวิเคราะห์จะวิเคราะห์ลงลึกกว่าอาหารเกรด Premium โดยจะวิเคราะห์ลงลึกไปถึงกรดอะมิโนที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับ สำหรับราคาก็สูงขึ้นตามเกรดอาหาร ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง

อาหารสัตว์เลี้ยงในเมืองไทยจะมีการผลิตทั้งในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ อาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อาหารนำเข้าจากอเมริกา จะมีการตรวจสอบจาก Association of American Feed Control Officials (AAFCO) เพื่อให้มั่นใจว่าก่อนส่งอาหารข้ามน้ำข้ามทะเลอาหารนั้นมีสารอาหารครบถ้วนตรงตามที่ระบุไว้บนฉลาก ส่วนอาหารที่ผลิตในประเทศจะมีการตรวจสอบคุณภาพของแต่ละบริษัท

ทำตลาด SEO กับ Google อย่างไรให้สำเร็จ

ปัจจุบันนี้นั้นมีธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่ในมุมผู้ประกอบการเองนั้นก็ย่อมนำมาซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ และการทำการตลาดออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO,Google adwords ,Social หรือผ่านช่องทางต่างๆ นั้นถือเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ประประกอบการยุคใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะการทำกาตลาดออนไลน์นั้นสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญเราสามารถกำหนดงบประมาณได้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรที่จะเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดให้ได้อย่างถูกต้อง

อย่างที่ทราบกันดีว่าเครื่องมือออนไลน์มีความแตกต่างกันไป เช่น Facebook และ Youtube ที่จะเน้นสร้าง Awareness เป็นหลัก เพราะต้องเกิดจากกลุ่มคนที่สนใจ เจอโฆษณา แล้วจึงคลิกเข้าไปดู จากนั้นจึงตัดสินใจซื้อ ซึ่งมีกระบวนการมากกว่าจะสร้างยอดขายได้

ขณะที่ระบบ Search ของ Google จะเน้นการสร้างยอดขายโดยตรงและคนส่วนใหญ่ก็ใช้ google ในการค้นหาข้อมูลหรือสินค้าต่างๆ จึงทำให้การตลาดผ่าน google นั้นเหมาะสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สุด

แต่อย่าลืมว่าการทำการตลาดผ่านการใช้งาน Search ของ Google นั้นก็ต้องใช้วิธีการที่ถูกต้อง และจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวหรือข่าวคราวของการอัพเดตการเปลี่ยนแปลงของ google อยู่ตลอดเวลา เราจะมาใช้วิธีการเดิมๆเหมือนเมื่อก่อนนั้นอาจจะไม่ได้อีกแล้ว ฉะนั้นแล้วต้องเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับกระแสที่เปลี่ยนไป

แต่อย่าลืมว่า SME ที่ต้องการใช้งาน Search ของ Google ก็ต้องทำอย่างถูกต้องด้วย ถ้าเมื่อสมัยก่อน ยังไม่มีใครทำการตลาดออนไลน์มากนัก SME ที่กระโดดเข้ามาทำก่อน อาจใช้งบประมาณหลักร้อยบาท ก็ได้ยอดขายแล้ว แต่ไม่ใช่ในวันนี้ ที่ทุกคนมุ่งเข้ามาทำตลาดออนไลน์กันหมด ถ้าทำไม่ถูกวิธีก็อาจเสียเงินไปแล้วไม่มีผลตอบกลับมาก็ได้

อีกส่วนที่สำคัญคือ อย่ามองว่าการทำตลาดออนไลน์เป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ต้องมองเป็นเรื่องของการลงทุน แปลว่า ถ้ามีการลงทุนเกิดขึ้นก็ต้องมีผลตอบแทน และสามารถลงทุนเพิ่มจนกว่าจะถึงจุดที่ยอดขายไม่เพิ่มแล้ว เป็นการบริหารการลงทุน

ทำไมควรจดทะเบียนบริษัท มากกว่า หจก

การจดทะเบียนเป็นแบบบริษัทดีกว่ามีดังต่อไปนี้

เป็นความน่าเชื่อถือของบริษัท ถ้าคุณเป็นธุรกิจเล็ก แน่นอนว่าลูกค้าของคุณก็คงจะเป็นลูกค้ารายย่อยๆ แน่นอนว่าลูกค้าจองคุณบางทีอาจจะยังไม่รู้ถึงความแตกต่างของห้างหุ้นส่วนจำกัด กับ บริษัท ซึ่งอาจจะทำให้เขามองห้างหุ่นส่วนจำกัดเป็นธุรกิจที่ทำภายในครอบครัว ดูไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือเท่าบริษัท ทำให้การจดแบบบบริษัทได้คะแนนมากกว่า

อันนี้เป็นเรื่องของผลทางด้านธุรกิจของคุณแล้ว อันนี้ถ้าคุณจดทะเบียนเป็นแบบบริษัท จะถือว่าดีกว่าแบบห้างหุ่นส่วนจำกัดมากครับ เพราะว่า ผลกำไร หรือ ขาดทุนนั้นจะอยู่เฉพาะเงินทุนที่คุณจดไปตอนจดทะเบียนบริษัท เท่านั้น จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับทรัพสินส่วนตัวของเจ้าของกิจการ หรือ หุ้นส่วน แต่ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนคุณจำเป็นต้องร่วมผิดด้วย

เพิ่มเติม : http://www.quickaccounting.co.th/

สาเหตุที่สินค้าของคุณขายไม่ออก

เราเสียเงินและเวลามากเกินไปกับการพัฒนาสินค้าและบริการที่ “ไม่ใช่” สำหรับลูกค้านานพอหรือยัง? สาเหตุอย่างหนึ่งที่กิจการหลายๆบริษัทต้องประสบความล้มเหลวคือ “ทำสินค้าและบริการที่ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค”ไม่มีใครยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อของที่ไม่มีประโยชน์หรอก

ดังนั้นการเข้าใจพฤติกรรม ความคิด ความต้องการและความรู้สึกของผู้บริโภคจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำก่อนเสมอ แล้วค่อยผลิตสินค้าและบริการจากความเข้าใจของผู้บริโภค ข่าวดีคือเราไม่จำเป็นต้องทำสินค้าและบริการที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพียงเพื่อรับรู้และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค

ทำอย่างไรสตาร์ทอัพและทุกธุรกิจของเราจะเปลี่ยนแปลงและเจาะฐานลูกค้าให้ได้เยอะขึ้นและรักษากิจการให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤติและความเปลี่ยนแปลง?เราจึงต้องติดตามและโฟกัสไปที่สิ่งสำคัญสำหรับสินค้าและไอเดียธุรกิจของเราจริงๆ ด้วยเครื่องมืออย่างบอร์ดทดสอบสมมติฐานหรือ Lean Validation Canvas เพื่อลดเวลาและประหยัดเงินพัฒนาสินค้าและบริการใหม่

ส่วนแรกเป็นพื้นที่กล่องด้านบนจะช่วยให้เราติดตามจุดเปลี่ยนที่เรามี เพราะทุกจุดเปลี่ยนที่เราพบจะทำให้สตาร์ทอัพของเราเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น ใครจะเชื่อว่า Youtube ที่เริ่มต้นไอเดียจากเว็บไซต์ออกเดท และ Instagram ที่เรื่มไอเดียมากจากสื่อสังคมออนไลน์ที่เน้นตำแหน่ง ก็เพราะบริการที่ว่ามานี้ได้ผ่านจุดเปลี่ยนมาหลายๆครั้งแล้วเช่นกัน

1. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนวิธีแก้ไขปัญหานั้นให้ทิ้งว่างไว้ก่อน สาเหตุก็คือทุกๆปัญหาจะมีทางแก้มากกว่าหนึ่งวิธี ดังนั้น หากเรารีบระบุวิธีแก้ไขปัญหาไป เราจะพลากวิธีแก้ไขปัญหาอื่นๆที่เราคาดไม่ถึงแต่แก้ปัญหาได้ดีกว่าวิธีที่เราคิดได้ก็ได้

2. สิลต์ทุกข้อเท็จจริงที่เราสมมติและเชื่อเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าของเรา

เขียนบนพพื้นที่ส่วนกล่องซ้ายล่าง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม ทัศนคติ ความชอบ ความคิดและความรู้สึก รวมถึงข้อสมมติเกี่ยวกับสินค้าของเราด้วย เราขอแนะนำให้เขียนข้อสมมติแต่ละข้อบนโพสต์อิทแต่ละแผ่นเพื่อเขียนและฉีกไอเดียนั้นทิ้งได้ง่ายและรวดเร็ว

3. หยิบข้อสมมติที่ “เสี่ยงที่สุด”

หากเราทำสินค้าและบริการด้วยความเชื่อในข้อสมมตินี้ สินค้าและบริการของเรามีแนวโน้มไม่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ และอาจถึงขั้นทำสตาร์ทอัพประสบความล้มเหลว ฉะนั้นเราต้องทดสอบข้อสมมติที่เสี่ยงที่สุดเพื่อ “ถามตัวเอง” ว่าเราควรทำสินค้าและบริการด้วยข้อเท็จจริงที่เราสมมติและเชื่อตัวนี้ต่อไปดีหรือไม่

4. เลือกวิธีการที่จะทดสอบสมมติฐานนั้นเราอาจจะไปสัมภาษณ์กลุ่มลูกค้าและผู้ใช้งานเป้าหมาย ไปนำเสนอวิธีแก้ไขปัญหาให้เขาฟัง หรือเราจะจำลองสินค้า แอปฯ หรือเว็บไซต์ง่ายๆถูกๆแบบ Minimum Viable Product ให้ลูกค้าทดลองใช้งานให้ให้ความเห็นตอบกลับมา วิธีพวกนี้เป็นวิธีที่เร็วและง่ายที่สุด การทดสอบบางครั้งอาจไม่ถึงวันด้วยซ้ำ อยากรู้เพิ่มเติมคลิกที่นี่

5. กำหนดเกณฑ์บอกความสำเร็จก่อนจะออกไปทดสอบเกณฑ์ที่จะบอกเราว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการทดลองของเราประสบความสำเร็จ? มีเกณฑ์ขั้นต่ำเพียงพอหรือไม่ที่จะบอกเราว่าข้อสมมติที่เราจะไปทดสอบนั้นเป็นความจริง? ต้องให้ทุกคนในทีมและผู้เกี่ยวข้องช่วยกันกำหนด หากข้อสมมติเป็นความจริง เราจะได้ทำสินค้าและบริการด้วยข้อเท็จจริงนั้นต่อไป

6. ออกไปทดสอบข้อสมมตินั้นแยกย้ายกันไปรวบรวมข้อมูลความคิดความเห็นของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

7. เอาข้อสมมตินั้นวางในช่อง “ไม่เป็นความจริง”หากเราพบว่าการทดสอบข้อสมมตินั้นไม่ถึงเกณฑ์ที่เราวางไว้ ก็สรุปได้เลยว่าข้อสมมตินั้นไม่เป็นความจริง

8. เมื่อรู้ว่าข้อสมมตินั้นไม่เป็นความจริง “เปลี่ยน” ข้อสมมติหลักเกี่ยวกับลูกค้าและปัญหาความต้องการของลูกค้าใหม่หมดเริ่มต้นลิสต์ข้อสมมติในช่องซ้ายล่าง ทำขั้นตอนที่ผ่านมาวนไป จนกว่าข้อสมมติที่เรามีจะพิศุจน์ว่าเป็นความจริงทั้งหมด

แหล่งที่มา : marketingoops

พื้นอีพ็อกซี่ คือ พื้นที่ถูกเคลือบด้วยสีอีพ็อกซี่

พื้นอีพ็อกซี่ คือ พื้นที่ถูกเคลือบด้วยสีอีพ็อกซี่ โดยทั่วไปแล้วสีอีพ็อกซี่จัดเป็นสี 2 ส่วนเมื่อจะใช้งานจะนำมาผสมกันทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้เกิดการเชื่อมขวางเป็นร่างแหและเป็นผืนเดียวกัน นิยมนำมาเคลือบพื้นและผนังที่ต้องการเรื่องความสะอาดและไร้รอยต่อ นอกจากนี้พื้นอีพ็อกซี่ ยังให้สมบัติเรื่องความทนต่อสารละลายกรด-เบส ได้ดี ทนต่อน้ำมัน อย่างไรก็ตาม พื้นอีพ็อกซี่ ไม่ชอบแสง UV ซึ่งจะทำให้เหลืองได้ง่าย นอกจากนี้ในการติดตั้งสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การพิจารณาลักษณะของพื้นที่ที่จะทำการติดตั้ง ความชื้นปูน ลักษณะของพื้นปูน และการใช้งานของพื้นดังกล่าวด้วย โดยทั่วไปแล้ว พื้นอีพ็อกซี่ จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ Epoxy Coating และ Epoxy Self Leveling

พื้น Epoxy Coating คือ พื้นที่ถูกเคลือบด้วยสีอีพ็อกซี่ความหนาต่ำ นิยมเคลือบที่ความหนา 300 – 450 ไมครอนหรือ 0.3 – 0.45 มิลลิเมตร ซึ่งในกระบวนเคลือบพื้นแบบนี้จะใช้ลูกกลิ้งในการเคลือบพื้นนิยมทำการเคลือบ 2 ครั้งหรือการกลิ้งสีอีพ็อกซี่ 2 รอบนั้นเอง สำหรับพื้น Epoxy Coating เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่ต้องรับแรงกดหรือน้ำหนักมากมาย อาทิเช่น พื้นทางเดิน กำแพงโรงงาน พื้นชั้น 2 เส้นและเครื่องหมายจราจร เป็นต้น

แบตเตอรี่ (Battery)ไฟถนนพลังงานโซล่าเซลล์

ในเมื่อแสงแดดไม่ได้มีตลอดทั้งวัน การนำเอา แบตเตอรี่ มาใช้เพื่อเก็บสะสมและจัดการกับพลังงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับระบบโซล่าเซลล์ ชนิดของแบตเตอรี่โดยทั่วไปที่นำมาใช้ในระบบ ไฟถนนพลังงานโซล่าเซลล์ ควรต้องเป็นแบบ deep cycle ที่มีอายุการใช้งานที่นานกว่าและจ่ายไฟได้สม่ำเสมอ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิดหลักๆได้แก่

แบตเตอรี่ ชนิดน้ำ หรือแบบเปียก (Wet Battery / Flooded Acid Battery)

แบตเตอรี่ ชนิดนี้มีใช้งานมากที่สุด ในระบบโซล่าเซลล์ ใช้ เพราะมีราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบเป็นต่อ Ah แต่ต้องการการบำรุงรักษา และต้องติดตั้งในที่มีอากาศถ่ายเทได้ และต้องไม่ให้เอียงหรือล้ม

แบตเตอรี่ ชนิดเจล (Gel battery)

มีการนำเอาผง ซิลิกา เติมลงไปสารละลายในแบตเตอรี่ ทำให้สารละลายกลายเป็นเจล เป็น1ในชนิดมีวาล์ว VRLA และ sealed จึงไม่ต้องมีการบำรุงรักษา และมีอายุยาวกว่า
แบตเตอรี่ ชนิดตาข่ายไฟเบอร์กลาส หรือที่รู้จักกันในชื่อ AGM (Absorbed Glass Mat)

เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ใส่ตาข่ายไฟเบอร์กลาสในการกั้นแต่ละเซลล์ เป็นหนึ่งใน แบตเตอรี่ ชนิดมีวาล์วปรับแรงดันภายใน VRLA และปิดผนึก หรือ sealed ที่ไม่ต้องมีการบำรุงรักษา สามารถติดตั้งในท่าต่างๆได้ แต่ราคาสูงกว่าแบบน้ำ

ผลิตครีมหน้าขาว ที่ช่วยทำให้ผิวขาวอย่างปลอดภัยมีอะไรบ้าง

การมีผิวขาวนั้นเป็นความใฝ่ฝันของสาวๆหลายๆคน เพราะการมีผิวขาวจะทำให้การแต่งตัวหรือแต่งหน้าง่ายขึ้น ทำให้สาวๆต่างหาวิธีสารพัดในการที่จะทำให้ตนเองผิวขาวขึ้น และการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมผิวขาว ก็เป็นสิ่งที่สามารถช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้ และเดี่ยวนี้ก็มีการผลิตครีมประเภทนี้ออกมาเยอะมากเพื่อเอาใจสาวๆกันเลยทีเดียว ซึ่งคุณสาวๆสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมผิวขาวที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันได้ตามความเหมาะสมในแต่ละวัน โดยสามารถทำการแบ่งครีมหน้าขาวออกได้เป็น 6 ประเภท ดังนี้

1. ครีมหน้าขาวที่ช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด และอันตรายจากรังสียูวี ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ทำให้ผิวเกิดการเพิ่มปริมาณเม็ดสีเมลานินมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

2. ครีมหน้าขาวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยในการเร่งการผลัดเซลล์ผิว เช่น อนุพันธ์วิตามินเอ เรตินอล (Retinol) , วิตามินซี, โปรตีนเปปไทด์ (peptide), AHA, BHA เป็นต้น

3. ครีมหน้าขาวที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อาทิเช่น วิตามินซี โคเอนไซม์ คิว 10 (Co-enzyme Q10) สารสกัดจากต้นสน สารสกัดจากขมิ้น เป็นต้น

4. ครีมหน้าขาวที่มีสารทำให้ผิวขาว ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ช่วยทำให้ผิวขาว เช่น อาร์บิวติน (Aebutin) กรดโคจิด (kojic acid) วิตามินซี วิตามินบี เป็นต้น

5. ครีมผิวขาวที่ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองของผิวหนัง ซึ่งอาการอักเสบหรือระคายเคืองอาจจะเกิดขึ้นมาจากปฏิกิริยา Oxidation ในร่างกายกับอนุมูลอิสระ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ออกฤทธิ์ที่เพื่อลดความระคายเคืองจึงสำคัญมากเมื่อต้องใช้ในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกาย เช่น ว่านหางจระเข้ สารสกัดจากใบบัวบก เป็นต้น

6. ครีมผิวขาวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เป็นต้น

จะเห็นว่าเดี่ยวนี้มีการผลิตครีมออกมาให้เราเลือกมากมาย ฉะนั้นในการเลือกใช้ครีมเราก็ควรดูรายละเอียดการผลิตครีมสักนิดนึงเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง เลือกครีมที่เชื่อถือได้ มี อย. รับรอง