เลือกโต๊ะจีนอย่างไร ไม่ให้งานล่ม

เลือกโต๊ะจีนอย่างไร ไม่ให้งานล่มหากใครกำลังมีแผนจะจัดงานแต่งงาน งานบวช งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งาน event หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ก็ตาม คำถามยอดฮิตที่ทำให้ต้องเจออยู่เสมอคือจะจัดเลี้ยงแบบไหนดีกันใช่ไหมคะ หลายคนอาจปวดหัวจะทำอาหารเองก็ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง ไหนจะความยุ่งยากวุ่นวายต่างๆนานาที่จะตามอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารที่ต้องคิดเอง เรื่องรสชาติอาหารจะออกมาเป็นอย่างไร แล้วการเลือกซื้อวัตถุดิบอีกล่ะ จะต้องเลือกแบบไหนถึงจะดีทำออกมาแล้วอร่อย แขกจะชอบไหม? ใครจะช่วยดูแลความเรียบร้อยระหว่างงาน? โต๊ะเก้าอี้จะไปเอามาจากไหน? เพียงแค่ความคิดก็ส่อให้เค้าลางความวุ่นวายมารออยู่ตรงหน้าแล้วใช่ไหมละคะ เพียงแค่คิดก็ยังวุ่นวายขนาดนี้ ให้ลงมือทำเองจะขนาดไหน หลายคนจึงมองหาตัวช่วยอย่างบริการรับจัดงานเลี้ยงแทน หนึ่งในความนิยมที่เราๆนึกถึงจึงไม่พ้นร้านรับจัดเลี้ยงโต๊ะจีน บุฟเฟ่ต์ ค็อกเทล หรือแม้กระทั่งคอฟฟี่เบรกต่างๆ แล้วคำถามถัดมาจะเลือกโต๊ะจีนที่ไหนดี ที่ไหนอร่อยแล้วจะแพงหูฉี่ไหมละนี่ เลือกออกมาแล้วจะรสชาติดีไหม ราคาล่ะแพงไปก็ไม่ไหวนะ บริการจะดีหรือเปล่า อีกหลากหลายคำถามที่หลายคนคงจะสงสัย แต่วันนี้ไม่ต้องสงสัยกันแล้วค่ะ เรามีวิธีเลือกร้านจัดเลี้ยงอย่างไรให้งานออกมาดีไม่ล่มมาฝากกันค่ะ

เลือกจากคนรู้จักแนะนำ

หลายต่อหลายครั้งที่ร้านให้บริการรับจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนหรือบริการรับจัดเลี้ยง หรือรับจัดคอฟฟี่เบรกต่างๆมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ ก็เพราะได้การบอกต่อปากต่อปากของลูกค้าที่เคยใช้บริการค่ะ เพราะการบอกปากต่อปากของลูกค้านั้นบ่งบอกถึงความประทับใจที่ลูกค้ามีต่อร้านนั้นๆเหมือนเป็นการการันตีจากคนที่เรารู้จักช่วยรับประกันได้อีกต่อหนึ่ง จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเราที่กำลังมองหาตัวเลือกที่มีมากมายให้ง่ายขึ้น

เลือกจากการลองชิมรสชาติอาหารก่อนตอบตกลง

ถึงแม้การเลือกจากคนรู้จักแนะนำมาแล้วจะเป็นวิธีที่แนะนำ แต่เชื่อไหมคะว่ารสชาติและคำว่าอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อร่อยของอีกคนอาจไม่ถูกปากของอีกคนก็เป็นได้นะคะ การเลือกเพราะคนอื่นแนะนำก็ยังไม่สร้างความมั่นใจให้เรา 100% จนกว่าเราจะได้ลองชิมรสชาติอาหารนั้นๆด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้การได้ลองชิมจะสามารถทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

เลือกจากการให้บริการที่ดี

นอกจากรสชาติอาหารจะเป็นเรื่องหลักที่เราต้องลองชิมแล้ว การให้บริการที่ดีของผู้รับจัดโต๊ะจีนก็ดี หรือผู้รับจัดงานเลี้ยงก็ดี ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามค่ะ เพราะการบริการที่ดีดูแลเอาใจใส่แขกของเราประหนึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าภาพที่ดีของผู้ให้บริการนี้ จะทำให้เราหายห่วงได้ในหลายๆเรื่อง ไม่ต้องกังวลว่าแขกโต๊ะไหนจะขาดน้ำดื่ม แขกโต๊ะไหนจะไม่ได้รับรายการอาหารครบถ้วน เพราะถ้าเราได้ผู้ที่รับจัดโต๊ะจีนมืออาชีพแล้วล่ะก็ เรื่องเหล่านี้ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ

สำหรับคู่รักคู่ไหน บริษัทไหนหรือใครที่กำลังจะทำบุญขึ้นบ้านใหม่ที่กำลังมองหาบริการรับจัดเลี้ยงดีๆอยู่ละก็ วิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ไม่เพียงใช้ได้กับการเลือกโต๊ะจีนอย่างเดียวนะคะ สามารถครอบคลุมถึงผู้ให้บริการรับจัดงานเลี้ยงอื่นๆได้อีกมากมายเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ ค็อกเทล หรือคอฟฟี่เบรกก็ตามแต่ ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ ดีไม่ดีอย่างไรอย่าลืมมาบอกต่อกันบ้างนะคะ

ในการป้องกันกำจัดปลวก

ในการป้องกันกำจัดปลวกบางท่านอาจจะไม่ต้องการให้คนแปลกหน้าเข้ามาภายในบริเวณบ้านที่คุณอยู่ ดังนั้นจึงเลือกที่ใช้วิธีการป้องกันกำจัดปลวกด้วยตนเอง ซึ่งการป้องกันกำจัดนั้นจะต้องใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเราซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ทางด้านความปลอดภัยในการใช้สาร
สารเคมีกำจัดแมลงทุกชนิดที่จำหน่ายในท้องตลาดจะมีเอกสารกำกับยาอยู่ด้านข้างของภาชนะบรรจุ ซึ่งจะรวมถึงวิธีการแก้พิษเบื้องต้นในกรณีที่เกิดอาการผิดปกติ หรือบังเอิญได้รับสารเคมีในปริมาณมากเกินปกติ การรักษาควรนำภาชนะบรรจุ หรือฉลากยาและคำแนะนำส่งให้แพทย์ไปด้วย เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

ข้อแนะนำในการใช้สารเคมีกำจัดปลวกเบื้องต้น คือ

ก่อนทำการฉีดพ่นสารเคมี ควรอ่านฉลากที่ระบุอยู่ด้านข้างของภาชนะบรรจุให้ละเอียด เคร่งครัดเสียก่อน เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัย
ในขณะปฏิบัติงานไม่ควรกินอาหารหรือสูบบุหรี่
ในการทำการปฏิบัติไม่ควรมีการสัมผัสเนื้อสารโดยตรง ควรหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการตักหรือการคนสาร และควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดในขณะปฏิบัติงาน
ในระหว่างการทำการปฏิบัติ ควรห้ามไม่ให้เด็ก หรือสัตว์เลี้ยงเข้าไปใกล้บริเวณที่มีการฉีดพ่นสารเคมีให้ทิ้งไว้จนกว่าจะแห้งก่อน
ขณะทำการฉีดพ่นสารเคมี ตัวคนฉีดต้องอยู่เหนือลมเสมอ และควรระมัดระวังไม่ให้สารไหลนองไปนอกเหนือบริเวณที่ต้องการกำจัด
หลังจากเสร็จสิ้นภาชนะที่บรรจุเหลือ ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่ ให้ทำลาย
ห้ามนำภาชนะบรรจุที่ผสมน้ำยาไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นๆ และห้ามล้างภาชนะบรรจุสารเคมี อุปกรณ์เครื่องพ่น หรือทิ้งน้ำยาลงแหล่งน้ำสาธารณะ
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจต้องทำการชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร

ข้อปฏิบัติเหล่านี้เป็นหลักการพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมี ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติงานร่วมกับสารเคมี ควรให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน”

คุณสมบัติที่ดีของพื้นอีพ็อกซี่

คุณสมบัติที่ดีของพื้นอีพ็อกซี่ คือ

พื้นอีพ็อกซี่ มีทนทานต่อการใช้งานหนักได้ดี มีความทนทานต่อสารเคมีสูงและมีการยึดเกาะกับพื้นคอนกรีตได้อย่างดีเยี่ยม
พื้นอีพ็อกซี่ เกิดจากปฏิกิริยาของส่วนเรซินอีพ็อกไซด์และสารเร่งแข็ง เรซินเอมีน เมื่อทำปฏิกิริยากันอย่างสมบูรณ์แล้ว จะได้สารที่ทนทานสูงและที่สำคัญเป็นพลาสติคที่มีความแข็งแรง
พื้นอีพ็อกซี่จะไม่สลายตัวเป็นฝุ่นเมื่อมีการใช้งานเป็นเวลานาน หรือไม่สลายตัวเมื่อมีการสัมผัสกับแสงแดด พื้นอีพ็อกซี่บางตัวสารถใช้งานได้กับงานภายนอกที่ต้องเจอกับแสงแดดตลอดเวลา
สีอีพ็อกซี่มี Pot life หลังจากการผสมส่วน A & B ให้เลือกตั้งแต่ประมาณ 10 นาที ไปจนถึง 1 ชั่วโมง
สี Epoxy จะแห้งแข็งภายใน 1-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความชื้นและอุณหภูมิ และจะแห้งแข็งสมบูรณ์จะใช้เวลาประมาณ 7 วัน แต่พื้นอีพ็อกซี่เมื่อทำการติดตั้งหรือเคลือบพื้นเสร็จแล้ว สามารถใช้งานได้เมื่อทิ้งไว้ครบ 24 ชั่งโมง
สีอีพ็อกซี่ จะทำการติดตั้งได้ดีที่อุณหภูมิ 65-85 องศาฟาเร็นไฮด์ หากทำการเคลือบพื้นที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่านั้นจะได้ฟิล์มสีที่หนาขึ้น แต่จะมีปัญหาเรื่องสีเป็นไอที่ฟิล์มสี
พื้นอีพ็อกซี่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิ0-300 องศาฟาเร็นไฮด์
พื้นอีพ็อกซี่จะแข็งแต่แประ เราสามารถเติมสารเติมแต่ง “Additive” เพื่อให้ได้พื้นอีพ็อกซี่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
พื้นอีพ็อกซี่บางสูตรสามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิสูงและเพิ่มความทนทานต่อสารเคมี
พื้นอีพ็อกซี่บางสูตรสามารถทำการเคลือบสีใต้น้ำได้
สีอีพ็อกซี่สามารถใช้งานภายนอกอาคารได้
พื้นอีพ็อกซี่สามารถทำการทาสีทับได้หลังจากทาสีครั้งแรก 12-24 ชั่วโมง แต่หากทิ้งเวลาไว้มากกว่านั้นให้ทำการขัด เพื่อสร้าง Profile สำหรับเพิ่มการยึดเกาะ จึงจะทำการทาสีทับได้

SME มีเฮหลัง Google ปล่อยตัวช่วย Google My Business ในการเข้าสู่โลกดิจิทัล

ธุรกิจ SME ถือเป็นภาคธุรกิจที่มีจำนวนมากในปัจจุบันและยังเป็นทิศทางการทำธุรกิจของไทยในอนาคต แต่สิ่งที่ SME ประสบปัญหาแทบทุกรายคือเรื่องของเงินลงทุนที่มีอย่างจำกัด นั่นหมายถึงการใช้จ่ายทุกอย่างต้องคุ้มค่าการลงทุน และหลายครั้งที่ SME มักจะลงทุนโดยไม่ได้ผลกลับคืนมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนที่ไม่ตรงหรือเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจ

Google จึงเปิดตัวเครื่องมือใหม่ Google My Business (GMB) ที่จะช่วยให้ธุรกิจที่มีหน้าร้านโดยเฉพาะ SME สามารถสร้างเว็บไซต์ของตัวเองได้ง่ายๆ โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ รวมถึงสามารถใช้งานได้บนสมาร์ทโฟน ด้วยวิธีการสร้างเพียงไม่กี่ขั้นตอนและใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที นอกจากนี้ฟังก์ชั่นใน GMB ยังจะช่วยให้เว็บไซต์ถูกค้นพบได้ง่ายใน Google Search และพร้อมนำทางไปยังร้านผ่าน Google Map

จากข้อมูลพบว่าในปี 2025 ดิจิทัลจะช่วยให้ภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาค SEA มีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านดอลลสร์สหรัฐ โดยประเทศไทยมีมูลค่า 37 ล้านดอลลาร์ เป็นผลมาจากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในปรพเทศไทยสูงถึง 45 ล้านเครื่อง นอกจากนี้ความเร็วอินเตอร์เน็ตของไทยมีความเร็วเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาครองจากประเทศสิงคโปร์

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างธุรกิจที่ใช้ระบบดิจิทัลกับธุรกิจที่ไม่ใช้จะพบว่า ธุรกิจที่ใช้ดิจิทัลจะมีรายได้มากกว่า 9% เมื่อคิดเป็นผลกำไรแล้วจะมีมีกำไรมากกว่า 26% และจะช่วยให้ธุรกิจมีมูลค่ามากกว่า 12% ปัจจุบันธุรกิจของไทยที่มีการจดทะเบียนมีอยู่ราว 3 ล้านธุรกิจ ซึ่งมีเพียง 13% เท่านั้นที่ระบบ e-Commerce โดยราว 2 ล้านธุรกิจหรือ 71% เป็นกลุ่มของธุรกิจประเภทร้านขายของ (Retail) และบริการ (Service) และกลุ่มเหล่านี้มากกว่า 80% ยังไม่มีการใช้ดิจิทัลแต่พึ่งพาลูกค้าเดินเข้าร้าน (Walk in) เป็นหลัก

ซึ่ง GMB ช่วยให้ธุรกิจที่ยังไม่มีการใช้ดิจิทัลสามารถสร้างตัวตนขึ้นได้ในโลกดิจิทัล โดยเป็นบริการฟรีไม่คิดเงิน และจุดเด่นสำหรับ GMB จะช่วยให้ธุรกิจสามารถถูกค้นหาได้ง่ายใน Google Search และยังปรากฎใน Google Map เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ฟังก์ชั่นการนำทางของ Google Map ได้อีกด้วย สำหรับ GMB เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 และในช่วงปีที่ผ่านมา GMB มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 120%

สำหรับการใช้งานสามารถทำได้ง่ายเพียงดาวน์โหลด GMB กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้อง จากนั้นก็ทำการเผยแพร่โดย GMB จะให้ผู้ใช้บริการจดโดเมนฟรี นอกจากยี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ Promotion Post ในการเพิ่มโปรโมชั่นแบบชั่วคราวระยะสั้น การอัพโหลดรูปภาพและการให้เจ้าของร้านสามารถรีวิว รวมถึงสามารถตอบกลับรีวิวของลูกค้าได้อีกด้วย

นายไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย ยังแนะนำผู้ใช้บริการ GMB โดยเฉพาะในส่วนของการเพิ่มความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์ทางร้าน โดยแบ่งออกเป็น 4 ข้อทั้งการอัพเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ, การใช้ Promotion Post เพื่อสร้างความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง, ตอบรีวิวลูกค้าทั้งด้านบวกและด้านลบอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ และการเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้าผ่าน Dashboard เพื่อให้สามารถเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา

รับงานตัดเลเซอร์ เครื่องตัด Co2 เลเซอร์ VS เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser)

ในปัจจุบันเครื่องตัด 2D เลเซอร์ในตลาด สำหรับตัดแผ่นเหล็กหรือแผ่นสแตนเลสมีอยู่ 2 แบบ คือ เครื่องตัดเลเซอร์แบบ Co2 และ เครื่องตัดเลเซอร์แบบไฟเบอร์ (Fiber) โดย 2 เครื่องนี้จะใช้ วัสดุตัวกำเนิดพลังแสงเลเซอร์ (Active media) แตกต่างกัน คือ เครื่องตัดเลเซอร์แบบ Co2 นั้นใช้แก๊ส เป็นตัวตั้งต้นในการเกิดแสงเลเซอร์คือแก๊ส (He (66%) N 2 (29%) CO 2 (5%)) ส่วนเครื่องตัดเลเซอร์ไฟเบอร์ (Fiber) จะใช้เป็นผลึกของแข็ง Yb:YAG เป็นตัวตั้งต้นในการเกิดแสงเลเซอร์ โดยแสงเลเซอร์ที่ได้จากทั้งสองจะมีความยาวคลื่น (Wavelength) ที่แตกต่างกันคือ Co2 = 10.6?m และ Fiber = 1.03?m
แสงเลเซอร์ทั้งสองแบบนี้ มีข้อเด่นและข้อด้อยที่แตกต่างกัน

1. ในเรื่องของการตัดชิ้นงาน
– Co2 สามารถตัดงานออกมาได้สวยทั้งเหล็กและสแตนเลส

– Fiber จะตัดเหล็กได้คุณภาพเทียบเท่า Co2 แต่จะตัดสแตนเลสที่มีความหนากว่า 6 mm.ได้ไม่สวยเท่า Co2 แต่ถ้าสแตนเลสที่ความหนา 1mm. – 5mm. จะตัดได้สวยเทียบเท่า Co2 และมี Cutting Speed ที่เร็วกว่า 2-5 เท่า

– Fiber สามารถตัดทองแดงและทองเหลืองได้ เพราะมีความยาวคลืนที่ละเอียดกว่า สามารถแทรกเข้าวัสดุทองแดงทองและเหลืองได้ ซึ่ง Co2 ทำไม่ได้

2. ในเรื่องการซ่อมบำรุง
– เนื่องจาก Co2 ใช้กระจกในการส่งลำแสงเพื่อไปตัดชิ้นงาน ดังนั้นในการรับงานตัดเลเซอร์จึงทำให้การดูแลความสะอาดของกระจกและมุมในการส่งลำแสงต้องไม่เปลี่ยนแปลง เพราะทุกองค์ประกอบส่งผลต่อคุณภาพลำแสงเพื่อมาตัดชิ้นงาน แต่ถ้าเป็น Fiber Laser เราจะใช้สาย Fiber Optic ในการส่งลำแสง จึงทำให้การดูแลรักษาค่อนข้างง่ายและเสถียรกว่า เรื่องฝุ่นที่จะเข้าไปลดประสิทธิภาพลำแสงเลเซอร์ก็จะไม่เกิดขึ้น

– Laser Co2 นั้นจะมีระบบ Resonator ที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าและมีระบบ Control หลายส่วน แต่สำหรับ Laser Fiber จะมีระบบที่เล็กกว่าทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายกว่า

3. ในเรื่องการสิ้นเปลือง
– Laser Fiber มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าในการก่อให้เกิดแสงเลเซอร์น้อยกว่า Laser Co2 ประมาณ 50%

– Laser Co2 ต้องมีการเติม Laser Gas เข้าไปในระบบตลอด แต่แบบ Laser Fiber จะไม่มีการสิ้นเปลืองในส่วนนี้ และอายุการใช้งานของ crystal ของFiber Laser มากกว่า 10ปี

สิ่งที่ต้องพิจารณาเล็กๆ ที่จะช่วยคุณเลือกซื้อหา “ผ้าม่านที่ใช่” ได้ง่ายขึ้น

หากเลือกผ้าม่านได้ลงตัวกับสไตล์การตกแต่งบ้านโดยรวม ก็อาจสร้างความสวยเซอร์ไพร์สให้กับบ้านอย่างคาดไม่ถึง และเช่นกัน…หากเลือกผ้าม่านผิดสี ผิดประเภท ผ้าม่านก็อาจกลับกลายเป็นสิ่งที่มาลดดีกรีความสวยของห้องคุณได้เช่นเดียวกันวันนี้เราจึงมีพิจารณาเล็กๆ ที่จะช่วยคุณเลือกซื้อหา “ผ้าม่านที่ใช่” ได้ง่ายขึ้น

ใช้ผ้าม่านสีและลายเดียวกันทั้งบ้าน !

แม้ว่าการทำเช่นนี้อาจเข้ากันได้ดีกับสไตล์การแต่งบ้านของคุณ…แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะความจริงคือ เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่แตกต่างกันได้ในแต่ละห้อง เว้นเสียแต่ว่าห้องของคุณจะเป็นห้องแบบสตูดิโอ คือ ทุกพื้นที่ในบ้านเปิดโล่งและเชื่อมต่อกัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น คุณก็อาจไม่ได้ต้องการสไตล์ผ้าม่านที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละห้อง

ฟังก์ชั่นใช้งานที่คุณต้องการคือ ?

ผ้าม่านเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ให้กับคุณ โดยช่วยกั้นหรือควบคุมแสงจากภายนอกที่ส่องเข้าสู่ภายในบ้าน

ผ้าม่านที่เป็นที่นิยม เช่น ผ้าม่านแบบโปร่งที่ดูพลิ้วไหวสวยงามอาจเหมาะสำหรับหลายๆ มุมพักผ่อนในบ้าน ที่คุณต้องการเปิดรับแสงธรรมชาติ ให้อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากนัก แต่คงไม่ใช่สไตล์ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนและห้องน้ำ หากต้องการใช้ควรใช้แบบจับคู่กับผ้าม่านสีเข้มหรือทึบแสง หรือม่านประเภทอื่นที่ช่วยกั้นแสงหรือบังตาได้ดี

เข้าใจแสง !

ผ้าม่านแต่ละชนิดสามารถช่วยคุณควบคุมแสงที่ส่องผ่านหน้าต่างได้แตกต่างกัน ม่านที่หนาสามารถกั้นแสงได้ดีเหมาะสำหรับห้องนอน โดยเฉพาะกับห้องนอนที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณเปิดรับวิวอันแสนสดชื่นในยามเช้า (ซึ่งแปลว่า แสงธรรมชาติจะส่องเข้ามาในปริมาณที่มากเช่นเดียวกัน)

ดังนั้น ถ้าคุณรู้ถึงลักษณะหรือปริมาณแสงที่จะส่งเข้าในห้องนอน คุณก็จะสามารถเลือกผ้าม่านได้อย่างลงตัว

วัสดุก็สำคัญนะ !

ปัจจุบันมีผ้าม่านและมู่ลี่จากหลากหลายวัสดุให้คุณเลือกใช้ ซึ่งคุณควรพิจารณาเลือกวัสดุที่ทนแดดทนแสงได้ดี โดยเฉพาะในห้องที่แสงส่องถึงได้มาก เช่น ห้องที่มีหน้าต่างรับแสงหรือหันหน้าไปทางทิศใต้ อาจไม่เหมาะกับผ้าไหม ซึ่งแม้จะเป็นวัสดุที่ดูหรูหราแต่จะดีกว่าถ้าใช้ผ้าไหมสำหรับส่วนตกแต่งอื่นๆ เพราะผ้าไหมจะซีดง่าย ทำให้ห้องของคุณต้องเจอกับความสวยแบบซีดหมองอย่างรวดเร็ว

สวยอย่างมีสไตล์

แม้ฟังก์ชั่นใช้งาน(กั้นแสง)จะสำคัญ แต่การเลือกผ้าม่านให้สอดคล้องกับสไตล์หรือธีมการแต่งบ้านของคุณ ก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเลือกตกแต่งโดยเลือกใช้แต่ผ้าม่านที่เข้ากั๊นเข้ากันกับสไตล์การตกแต่งบ้านเท่านั้น ขอแค่ให้ดูไม่ขัดแย้งกันจนเกินไปก็พอ

อาจเลือกโดยพิจารณาความสอดคล้องในแง่ของวัสดุ หรือโทนสี ที่คุณใช้งานตกแต่งบ้าน ก่อนอื่นคุณต้องตัดสินใจว่าต้องการให้ผ้าม่านดูกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งหรือต้องการให้โดดเด่น

ซึ่งหากต้องการให้ได้ความรู้สึกกลมกลืน ให้ลองเลือกผ้าม่านโทนสีเดียวกับผนัง แต่เลือกใช้เฉดที่เข้มกว่า หรืออาจเลือกใช้เป็นสีอ่อนตามองค์ประกอบสีที่มีอยู่ในห้อง เช่น สีของพรมก็ได้

แต่หากต้องการสร้างความสวยแบบชวนสะดุดตา ก็ให้เลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีสันโดดเด่น แต่พึงระลึกว่า สีที่เกิดจากการส่องสะท้อนผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนั้น อาจสร้างอารมณ์บางอย่างให้กับห้อง เช่น แสงสะท้อนจากสีน้ำเงินอาจสร้างความรู้สึกน่ากลัว ขณะที่แสงจากสีชมพูจะช่วยสร้างบรรยากาศความสดชื่น เป็นต้น

ถ้าห้องนอนของคุณมีเฟอร์นิเจอร์ ชุดเครื่องนอน หรือพรม ที่ลวดลายละเอียดซับซ้อน ผ้าม่านสีพื้นหรือสีทึบน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้าคุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือชุดเครื่องนอนที่เป็นสีพื้น การเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยเสริมบรรยากาศการตกแต่งภายในห้องนอนของคุณได้ดี

7 ประโยชน์ของการใช้ระบบประตูคีย์การ์ดสำหรับห้องพักในโรงแรม

ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีโรงแรมขนาดต่างๆ จำนวนมากมาย การพัฒนาโรงแรมให้มีความทันสมัยและปลอดภัยถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการพิจารณาเข้าพักของนักท่องเที่ยว การเลือกใช้ประตูคีย์การ์ดถือเป็นส่วนหนึ่งที่กลายเป็นความจำเป็นที่ต้องมี เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้เทียบเคียงกับโรงแรมอื่นๆ ทั้งนี้การนำระบบประตูคีย์การ์ดมาใช้ในห้องพักของโรงแรมนั้นยังมีประโยชน์ในด้านต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมคือ

1.ประหยัดค่าใช้จ่ายการใช้บัตรคีย์การ์ดนั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้กุญแจแบบเดิม หากลูกค้าที่มาพักในโรงแรมทำบัตรหาย ทางโรงแรมก็สามารถออกบัตรใบใหม่ให้ได้ โดยไม่ต้องคิดค่าบริการเพิ่มจากลูกค้าอีก

2.มีความปลอดภัยบัตรคีย์การ์ดของห้องพักแต่ละห้องนั้นสามารถระบุช่วงเวลาที่สามารถเข้าใช้งานได้ ทำให้มีความปลอดภัยต่อลูกค้าที่เข้ามาพักเป็นอย่างมาก อีกทั้งทางโรงแรมยังสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านของบัตรสำหรับการเข้าพักแต่ละครั้งให้แตกต่างกันได้ด้วย

3.สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่โดยทั่วไปแล้วบัตรคีย์การ์ดจะสามารถใช้อ่านเขียนได้นับพันครั้ง ทำให้มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนาน การนำบัตรคีย์การ์ดกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง

4.สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยการใช้ประตูคีย์การ์ดกับห้องพักภายในโรงแรม หรือตลอดจนส่วนบริการอื่นๆ ของโรงแรม สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโรงแรม ทั้งในด้านความทันสมัย และความปลอดภัย

5.เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการบริการการใช้บัตรคีย์การ์ดสำหรับห้องพัก ทำให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มจำนวนบัตรคีย์การ์ดให้กับลูกค้าที่มาเข้าพักแบบกลุ่มหรือแบบครอบครัวได้โดยง่าย ถือเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง

6.ใช้เป็นพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์เนื่องจากบัตรคีย์การ์ดเป็นบัตรพลาสติคที่สามารถพิมพ์ข้อความลงบนบัตรได้ ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถพิมพ์ข้อความประชาสัมพันธ์ลงบนบัตร เพื่อแนะนำบริการต่างๆ ให้กับลูกค้าอ่านได้ เช่น แนะนำห้องอาหาร หรือ บริการต่างๆ ของโรงแรม

7.สามารถเก็บข้อมูลการเข้าพักของลูกค้าเนื่องจากการใช้งานบัตรคีย์การ์ดแต่ละครั้งจะถูกบันทึกข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลของโรงแรมทุกครั้ง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลจากบัตรคีย์การ์ดมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการเข้าพักของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงรูปแบบการบริการให้ดีขึ้นได้

การนำระบบประตูคีย์การ์ดมาใช้งานสำหรับห้องพักในโรงแรมถือเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่นอกเหนือไปจากความปลอดภัยแล้วประโยชน์ในด้านอื่นๆ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะในด้านการสร้างภาพลักษณ์และการปรับปรุงคุณภาพของการบริการให้มีความเหมาะสมและถูกใจลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกในอนาคต

โมเดลบ้านสถาปัตยกรรม Paper model

ในทางสถาปัตยกรรม Paper model หมายถึง วัตถุจำลองที่ทำจากกระดาษในการจำลอง สิ่งก่อสร้างจริง แต่ตอนนี้เปเปอร์โมเดลไม่ได้เป็นแค่แบบจำลองสิ่งก่อสร้าง เช่น โมเดลบ้าน หรือ อาคาร อีกต่อไปเพราะในปัจจุบันได้มีการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ เครื่องบิน หรือแม้แต่ ตัวละครต่างๆ

ในประเทศญี่ปุ่น การต่อโมเดลกระดาษเป็นงานอดิเรกที่นิยมกันมากเนื่องจากมีประโยชน์ในฝึกให้เกิดสมาธิ การวางแผนเป็นขั้นตอน และช่วยพัฒนาในด้านอารมณ์ ด้วย

ประโยชน์ของ Paper model

1. โมเดลกระดาษช่วยทำให้เพลิดเพลินมีสมาธิเพราะการจะ ประกอบโมเดลกระดาษให้ได้ผลงานที่สวยงามตามแบบได้นั้น ต้องใช้ความพยายาม การวางแผนล่วงหน้าและใช้สมาธิที่ดี อีกทั้งทำให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินอีกด้วย

2. โมเดลกระดาษฝึกทักษะการสังเกต เพราะการสังเกตเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้โมเดลของเรา เสร็จออกมาสมส่วนเหมือนต้นฉบับ

3. โมเดลกระดาษเป็นของขวัญชั้นดี ของขวัญที่ทำขึ้นเองย่อมมีค่า และเป็นของขวัญที่มีชิ้นเดียวในโลกเสมอ

4. โมเดลกระดาษเหมาะเป็นเครื่องประดับตกแต่งเพราะโมเดลกระดาษเป็นงานที่มีผลสำเร็จอันสวยงาม เกิดความภูมิใจในผลงาน

5. โมเดลบ้านเหมาะสำหรับการสะสม มีหลากรูปแบบ หลายสไตล์ให้เลือกทำและสะสม

6. โมเดลกระดาษเป็นของเล่นราคาถูกเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย นอกจากจะราคาไม่แพงแล้วโมเดลกระดาษนั้น ยังมีให้เลือกเล่นได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับง่าย ๆ ระดับปานกลาง ไปจนถึงระดับเซียนเลยทีเดียว จึงเรียกได้ว่าเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย อย่างแท้จริง

เผยพฤติกรรมคุณแม่สายโซเชียล ตามแฟชั่น นิยมสินค้าออแกนิค ใส่ใจโปรโมชั่น

หากถามว่าตอนนี้ผู้บริโภคกลุ่มไหนที่น่าจับตามองที่สุด จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก “กลุ่มคุณแม่” โดยเฉพาะคุณแม่รุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง มีพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ ทั้งในแง่ของการเปิดรับสื่อ การเข้าถึงเทคโนโลยี และการใช้ Social Media ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการทำตลาด จากการเก็บข้อมูลของ ศูนย์วิจัยสถาบันอาร์แอลจี เผยว่า คุณแม่ยุค Digital ในไทย ประกอบด้วยกลุ่มที่กำลังคั้งครรภ์ จนถึงคุณแม่ที่มีบุตรอายุไม่เกิน 16 ปี และคุณแม่ในกลุ่มอายุ 21 – 35 ปี ซึ่งมีจำนวนประมาณ 8 ล้านคน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เผยว่า คุณแม่สายโซเชียล หรือคุณแม่ยุคดิจิทัล เป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทั้งในด้านกำลังและอำนาจในการตัดสินใจซื้อ ทั้งยังนิยมเข้าสื่อดิจิทัล มีทัศนคติและพฤติกรรมการบริโภคที่ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพ ตามกระแสแฟชั่น นิยมสินค้าออแกนิก และใส่ใจในเรื่องโปรโมชั่น

โดย 58% เริ่มมีพฤติกรรมในการรับชมโทรทัศน์น้อยลง เพราะหันไปใช้สื่อออนไลน์ บนอุปกรณ์ PC แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนมากขึ้น และกิจกรรมส่วนใหญ่คือ การเช็กอีเมล์ 85% เข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก 83% ใช้ Social Media 81% ช้อปปิ้งออนไลน์ 73% และค้นหาข้อมูลทั่วไป 72% (ที่มา theAsianparent.com)

นอกจากนี้ คุณแม่ยุคใหม่ยังให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรูปร่าง การออกกำลังกาย เกาะติดกระแสแฟชั่น ทานอาหารและเครื่องดื่มออแกนิกที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่ต้องปราศจากสารเคมี ทั้งนี้ หากสินค้ามีรูปลักษณ์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ พร้อมโปรโมชั่นดีๆ พวกเขาก็พร้อมจะแชร์ต่อไปยังเพื่อนๆ ใน Social Media ของตัวเอง

จากการเก็บข้อมูลของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พบว่า 5 กลุ่มสินค้าที่จะตอบสนองความต้องการของคุณแม่สายโซเชียลได้มีทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าสำหรับเด็ก อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ อุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์ดิจิทัลและบริการแอปพลิเคชัน และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

1. กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าสำหรับเด็ก

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มากที่สุดพบว่า จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชั่นหรือคุณสมบัติพิเศษ โดยเฉพาะสินค้าที่ชูในเรื่องของการส่งเสริมความฉลาดหรือพัฒนาการจะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูง โดยอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ ได้แก่ อุตสาหกรรมเสื้อผ้า โดยมีปัจจัยจากพัฒนาการทางการเติบโตและกระแสแฟชั่น โดยเฉพาะเสื้อผ้าในกลุ่มเส้นใยธรรมชาติและฝ้าย อุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์สำหรับชีวิตประจำวันและของเล่น เช่น ครีมอาบน้ำ ผ้าอ้อม ของเล่นที่ผลิตจากยางพารา และอุตสาหกรรมอาหารสำหรับเด็ก อาทิ นมผง อาหาร ขนมพร้อมรับประทาน ทั้งนี้ ในปี 2558 -2563 มีการคาดการณ์ว่ากลุ่มอาหารทั่วโลกจะมีการเติบโตร้อยละ 6 ต่อปี มีมูลค่าราว 7.3 หมื่นล้านดอลล่าร์ฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ได้แก่ อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย (ที่มา Exim Bank)

2. อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ

ผู้บริโภคในกลุ่มคุณแม่ยุคดิจิทัล ถือว่าเป็นกลุ่มต้นๆ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในเรื่องรูปร่าง ผิวพรรณ ระบบภายใน และการรักษาโรค โดยในกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังและยินดีในการใช้จ่ายเพื่อการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดแม้จะราคาสูง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้สูงสุดก็คือ อาหารเสริมความงาม อาหารเสริมสุขภาพและรักษาโรค และอาหารเสริมเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย โดยมีมูลค่ารวมกันกว่า 6.67 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีการคาดการณ์ไว้อีกว่าในปี 2560 จะเติบโตขึ้นอีกประมาณ 11 % หรือ 7.38 แสนล้านบาท (ที่มา ศูนย์วิจัยธ.ไทยพาณิชย์) โดยผู้ประกอบการที่ต้องการอาศัยโอกาสดังกล่าวจะต้องเน้นการขยายตลาดในเชิงลึก ด้วยการมุ่งเน้นนวัตกรรมใหม่ๆ และคุณสมบัติที่หลากหลาย เพื่อให้สินค้าเกิดความน่าสนใจมากขึ้น

3. อุตสาหกรรมแฟชั่น

กว่า 91% ของคุณแม่วัย 21-35 ปี และส่วนใหญ่ยังคงมีการดำเนินชีวิตประจำวันใกล้เคียงกับตอนมีบุตร โดยเฉพาะการตามกระแสแฟชั่น ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้เองก็ถือได้ว่ามีทางเลือก โดยเฉพาะการเน้นการออกแบบที่มีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บเสื้อผ้า ไซส์ของเครื่องแต่งกาย การออกแบบลวดลาย สี และรูปทรงของเครื่องประดับและอุปกรณ์เพื่อการสวมใส่ที่สอดคล้องกับผู้หญิงบุคลิกต่างๆ มากขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการบางรายยังได้พัฒนานวัตกรรมและฟังก์ชั่นเพื่อชูจุดเด่นของแบรนด์สินค้า เช่น เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยฟิลาเจน อาทิ ชุดคลุมท้อง ถุงเท้า ผ้าขนหนู สิ่งทอจากเส้นใยสับปะรด เสื้อผ้ากันน้ำ ซึ่งเชื่อว่าแฟชั่นไทยในปีนี้จะยังคงมีการเติบโตที่ระดับ 9 แสนล้านบาทตามคาด

4. อุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์ดิจิทัลและบริการแอปพลิเคชั่น

พฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ยังคงต้องการเข้าสังคม ชอบความบันเทิง ชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้ง่ายไม่ซับซ้อนเพื่อช่วยลดภาระ และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเองและครอบครัว สำหรับกลุ่มสินค้าและการบริการในกลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่โตเงียบ เนื่องจากมีผู้ประกอบการในตลาดน้อยรายแต่มีความต้องการในปริมาณมาก ซึ่งสินค้าที่กลุ่มนี้นิยมเลือกซื้อและมีความน่าสนใจ อาทิ ร้านค้าออนไลน์ เครื่องปั๊มและถุงเก็บน้ำนม เบบี้มอนิเตอร์ อุปกรณ์เสริมเพื่อการถ่ายภาพ แอปพลิเคชั่นด้านเดลิเวอรี่ อาทิ บริการทำความสะอาด ขนส่ง แอปพลิเคชั่นเพื่อการติดตามลูก อุปกรณ์เครื่องทำความสะอาดอัตโนมัติ เป็นต้น

5. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

จากค่านิยมเรื่องความสวยความงาม และการดูแลตนเอง เครื่องสำอางได้กลายเป็นสินค้าที่ก้าวเข้ามามีบทบาทกับผู้บริโภคสตรีแทบทุกวัย โดยยังถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเนื่องจากกำลังซื้อ ความภักดีต่อแบรนด์ และโฆษณาชวนเชื่อจากสื่อต่างๆ สำหรับความนิยมและการเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของกลุ่มคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์พบว่าต้องการสินค้าประเภทให้ความชุ่มชื้น ดูแลผิวพรรณ ลดภาวะการเกิดสิว ส่วนคุณแม่อื่นๆ ยังคงนิยมทั้งด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลและผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่ง อาทิ ลิปสติก น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ปกปิดริ้วรอย อย่างไรก็ดีมีการคาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ อุตสาหกรรมเครื่องสำอางน่าจะมีการเติบโตที่เกือบระดับ 3 แสนล้านบาท (ที่มา: คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย) โดยเทรนด์ที่ผู้ประกอบการยังต้องปรับในอนาคตคือ ลดการใช้น้ำ เน้นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ รวมถึงการผลิตเครื่องสำอางสำหรับเด็ก เป็นต้น

การเลือกบริษัทกำจัดปลวก

ปลวกถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ค่อนข้างเป็นอันตรายและยากต่อการกำจัดเป็นอย่างมาก ดังนั้นไม่ว่าเราจะทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะกำจัดปลวกแล้ว กลับพบว่าภายในบ้านก็ยังคงมีปลวกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว สิ่งเดียวที่จะสามารถมาช่วยเราได้นั่นก็คือบริษัทรับกำจัดปลวก แต่จากภาวะอสังหาริมทรัพย์ขยายเติบโตไปมากทำให้มีบริษัทเหล่านี้เกิดขึ้นมากมาย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรที่จะเลือกใช้บริษัทไหนดี วันนี้เรามีคำตอบการดูและเลือกบริษัทกำจัดปลวกมาฝากกันคะ

ศึกษาการทำงานของบริษัทนั้นๆ หมายถึงว่าเราจะต้องรู้ขั้นตอนและวิธีการกำจัดปลวกที่แต่ละบริษัทนำมาใช้กำจัดปลวก ว่ามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่
อัตราค่าบริการในแต่ละครั้ง แน่นอนอยู่แล้วว่าในการกำจัดปลวกในแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่าย แต่เราจะพอรู้หรือไม่ว่า การกำจัดปลวกแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายไม่ควรแพงจนถึงหลักหมื่นหากกำจัดเพียงจุดเดียวหรือบริเวณเดียว เพราะนั้นถือว่าแพงเกินไปและเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคได้คะ
ตรวจสอบความถูกต้องของบริษัท หมายถึงว่าบริษัทที่เราใช้บริการนั้นจะต้องมีตัวตนอยู่จริงๆได้รับการจดทะเบียนและมีใบอนุญาตในการประกอบการจริงๆไมใช่ว่าแค่ลงโฆษณาชวนเชื่อ แต่ไร้ซึ่งตัวตนแบบนั้น เรื่องนี้เราต้องรอบคอบพอสมควรนะคะ และที่สำคัญไปกว่านั้นบริษัทกำจัดปลวกต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและรับผิดชอบของผู้ควบคุมที่ผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตแล้วเพื่อความมั่นใจค่ะ