รับงานตัดเลเซอร์ เครื่องตัด Co2 เลเซอร์ VS เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser)

ในปัจจุบันเครื่องตัด 2D เลเซอร์ในตลาด สำหรับตัดแผ่นเหล็กหรือแผ่นสแตนเลสมีอยู่ 2 แบบ คือ เครื่องตัดเลเซอร์แบบ Co2 และ เครื่องตัดเลเซอร์แบบไฟเบอร์ (Fiber) โดย 2 เครื่องนี้จะใช้ วัสดุตัวกำเนิดพลังแสงเลเซอร์ (Active media) แตกต่างกัน คือ เครื่องตัดเลเซอร์แบบ Co2 นั้นใช้แก๊ส เป็นตัวตั้งต้นในการเกิดแสงเลเซอร์คือแก๊ส (He (66%) N 2 (29%) CO 2 (5%)) ส่วนเครื่องตัดเลเซอร์ไฟเบอร์ (Fiber) จะใช้เป็นผลึกของแข็ง Yb:YAG เป็นตัวตั้งต้นในการเกิดแสงเลเซอร์ โดยแสงเลเซอร์ที่ได้จากทั้งสองจะมีความยาวคลื่น (Wavelength) ที่แตกต่างกันคือ Co2 = 10.6?m และ Fiber = 1.03?m
แสงเลเซอร์ทั้งสองแบบนี้ มีข้อเด่นและข้อด้อยที่แตกต่างกัน

1. ในเรื่องของการตัดชิ้นงาน
– Co2 สามารถตัดงานออกมาได้สวยทั้งเหล็กและสแตนเลส

– Fiber จะตัดเหล็กได้คุณภาพเทียบเท่า Co2 แต่จะตัดสแตนเลสที่มีความหนากว่า 6 mm.ได้ไม่สวยเท่า Co2 แต่ถ้าสแตนเลสที่ความหนา 1mm. – 5mm. จะตัดได้สวยเทียบเท่า Co2 และมี Cutting Speed ที่เร็วกว่า 2-5 เท่า

– Fiber สามารถตัดทองแดงและทองเหลืองได้ เพราะมีความยาวคลืนที่ละเอียดกว่า สามารถแทรกเข้าวัสดุทองแดงทองและเหลืองได้ ซึ่ง Co2 ทำไม่ได้

2. ในเรื่องการซ่อมบำรุง
– เนื่องจาก Co2 ใช้กระจกในการส่งลำแสงเพื่อไปตัดชิ้นงาน ดังนั้นในการรับงานตัดเลเซอร์จึงทำให้การดูแลความสะอาดของกระจกและมุมในการส่งลำแสงต้องไม่เปลี่ยนแปลง เพราะทุกองค์ประกอบส่งผลต่อคุณภาพลำแสงเพื่อมาตัดชิ้นงาน แต่ถ้าเป็น Fiber Laser เราจะใช้สาย Fiber Optic ในการส่งลำแสง จึงทำให้การดูแลรักษาค่อนข้างง่ายและเสถียรกว่า เรื่องฝุ่นที่จะเข้าไปลดประสิทธิภาพลำแสงเลเซอร์ก็จะไม่เกิดขึ้น

– Laser Co2 นั้นจะมีระบบ Resonator ที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าและมีระบบ Control หลายส่วน แต่สำหรับ Laser Fiber จะมีระบบที่เล็กกว่าทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายกว่า

3. ในเรื่องการสิ้นเปลือง
– Laser Fiber มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าในการก่อให้เกิดแสงเลเซอร์น้อยกว่า Laser Co2 ประมาณ 50%

– Laser Co2 ต้องมีการเติม Laser Gas เข้าไปในระบบตลอด แต่แบบ Laser Fiber จะไม่มีการสิ้นเปลืองในส่วนนี้ และอายุการใช้งานของ crystal ของFiber Laser มากกว่า 10ปี